Best Worst Thing That Ever Could Have Happened
เรื่องราวของความล้มเหลวในการแสดงละครในตำนานที่หาชมได้ยากจาก Stephen Sondheim เป็นเรื่องของความใฝ่ฝันของวัยหนุ่มสาว และเหตุผลที่เราสร้างงานศิลปะ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนของละครเพลงบรอดเวย์ ที่จะหลงรักทุกนาทีของ “ Best Worst Thing That Ever Could Have Happened ” ได้เรื่องราวของความล้มเหลวที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นใน New York พูดถึงความใฝ่ฝันในทุกคน ที่แม้แต่บางครั้งก็กลายเป็นทางตัน ย้อนไปเมื่อปี 1981 คีตกวีชื่อ “Stephen Sondheim” และ “Harold Prince” โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับ พวกเขามีชื่อเสียงที่บรอดเวย์มีผลงานที่โด่งดังเช่น Follies, A Little Night Music และ Sweeney Todd นับจากนั้นมา “ Merrily We Roll Along ” คือผลงานล่าสุดของพวกเขาที่ล้มเหลวจนต้องล้มเลิกหลังจากที่แสดงเพียง 16 รอบ มันเป็นเรื่องง่ายที่จะสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับความสำเร็จ แต่สิ่งที่เกี่ยวกับความล้มเหลวล่ะ?
คุณจะกลับมาหลังจากความล้มเหลวนั้นได้อย่างไร? การไถ่ถอนคือชื่อหัวข้อของสารคดีที่น่าอัศจรรย์นี้ จากผู้กำกับ “ Lonny Price ” เรื่องราวของเด็กชาวยิวจากมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเขาได้เป็นดาราและได้รับรางวัลจากภาพยนตร์เรื่อง Merrily เหตุการณ์ในเรื่องเกิดในปี 1934 นำแสดงโดย “ George S. Kaufman ” และ “ Moss Hart ” รับบทตอนเริ่มเป็นผู้ใหญ่และการทำงานในวัยหนุ่ม “ George Furth ” ผู้เขียนบทได้อัพเดทเรื่องราวในปัจจุบันและวางไว้ในโลกของโรงละคร แต่การตัดสินใจคัดเลือกนักแสดงอายุระหว่าง 16 ถึง 25 ปี คือความผิดพลาดที่มีผลต่อเขาทั้งสอง ผู้ชมรู้สึกสับสนเมื่อเห็นเด็กเล่นบทผู้ใหญ่และเดินออกจากโรงละครตั้งแต่ในช่วงต้น นักวิจารณ์ต่างไม่ชอบใจพอๆกับกลุ่มผู้ชมทั้งหลาย
สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดีขึ้นกว่าที่ใครๆคาดไว้คือการค้นพบฟุตเทจจาก ABC special ( ไม่เคยได้ออกอากาศ ) เกี่ยวกับการทำโชว์นี้ นี่ทำให้ “ Price ” ได้แสดงตัวตน และนักแสดงคนอื่นๆ ที่ได้รับการสัมภาษณ์ในช่วงออดิชั่นและฝึกซ้อม การสัมภาษณ์ในปัจจุบันกับอดีตของ “Sondheim” และ “Prince” มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง “ Jason Alexander ” ซึ่งเป็นหนึ่งในนักแสดงที่เคยมีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่อง George on Seinfeld” เล่าถึงความตื่นเต้นของเขาที่ได้พบกับ “Sondheim” และ “Prince” ส่วนที่น่าจดจำมากที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการบันทึกอัลบั้มของ “Merrily” ในวันรุ่งขึ้นหลังปิดการแสดง ใบหน้าเหล่านั้น เสียงเหล่านั้น ความโศกเศร้า และพลังแห่งพรสวรรค์ที่กำลังเติบโตอยู่ในเพลงอันเป็นอมตะของ “ Sondheim ” ซึ่งยังคงตรึงใจอยู่แม้การแสดงจะจบลงไปนานแล้ว


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น